สภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน ครั้งที่ ๙/๒๕๖๙ โดยมีดร.สิริกร มณีรินทร์ นายกสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน เป็นประธาน

เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฏาคม ๒๕๖๙
สภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน ครั้งที่ ๙/๒๕๖๙ โดยมีดร.สิริกร มณีรินทร์ นายกสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน เป็นประธาน
๑. ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า
๑.๑ เมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ได้ต้อนรับ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะ ซึ่งลงพื้นที่ ณ อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร เพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการวิจัยแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ ซึ่งนักวิจัยของวิทยาลัยชุมชนยโสธรเป็นผู้ดำเนินการ ด้วยทุนสนับสนุนจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) โดยนายกสภาสถาบันได้รายงานผลการดำเนินงานโครงการวิจัยโดยวิทยาลัยชุมชน ตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๖๓ – ๒๕๖๙ รวมงบประมาณ ๑๘๕.๑ ล้านบาทใน ๔ จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท (ดำเนินงานวิจัยโดยส่วนกลางและในปี ๒๕๖๙ โดยวชช.อุทัยธานี) แม่ฮ่องสอน มุกดาหาร และยโสธร ผลการสังเคราะห์งานวิจัย ๔ จังหวัด พบว่าแต่ละจังหวัดต่างมีผลผลิตที่โดดเด่นตามบริบทความยากจนที่แตกต่างกันไปทุกแห่งได้ดำเนินการบรรลุตัวชี้วัด โดยได้ค้นหา สอบทานข้อมูลคนจนจาก TPMAP จนได้ฐานข้อมูลคนจนที่นำเข้าแพลตฟอร์ม PPPConnext ซึ่งนำไปสู่ระบบส่งต่อช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ รวมทั้งสวัสดิการตามสิทธิ์ ร่วมกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนั้น สถาบันยังได้นำกลไกและระบบมาขยายผลดำเนินการใน ๑๗ วิทยาลัยชุมชนที่เหลือและมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
(๑) สถาบันวิทยาลัยชุมชนควรจะมีการประเมินและสังเคราะห์องค์ความรู้ให้เหมาะสมตามบริบทของแต่ละพื้นที่
(๒) นำ “สระแก้วโมเดล” มาใช้ในด้านการศึกษา โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาผู้เรียนให้ตรงจุด
นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม ประธานสภาวิทยาลัยชุมชนยโสธร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร กล่าวรายงานผลการดำเนินโครงการวิจัยแก้จนของจังหวัดยโสธรซึ่งคณะนักวิจัยลงพื้นที่สำรวจร่วมกับผู้นำท้องถิ่นจนได้ข้อมูลครัวเรือนยากจน ๕,๔๑๖ ครัวเรือน หรือประมาณ ๒๑,๐๐๐ คน และดำเนินการส่งต่อระบบความช่วยเหลือตลอดจนสวัสดิการภาครัฐร่วมกับเครือข่ายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในอำเภอกุดชุม เลิงนกทา คำเขื่อนแก้ว และอำเภอเมือง
(๓) จากการเตรียมข้อมูลเพื่อนำเสนอ ต่อ รมว.อว. พบปัญหาดังนี้
(๓.๑) สถาบันส่วนกลางไม่มีการรวบรวมข้อมูลโครงการวิจัยที่ได้รับทุนอุดหนุนจากแหล่งทุนต่าง ๆ ทั้งในเชิงงบประมาณและเชิงสาระอย่างเป็นระบบและชัดเจน ส่งผลให้ต้องใช้เวลาในการประสานขอข้อมูลจากวิทยาลัยชุมชนต่าง ๆ เพื่อประมวลผลและสังเคราะห์ข้อมูล
(๓.๒) ในขณะเดียวกันจากการติดตามตัวเลขผู้เรียนที่เข้าใหม่ในปีการศึกษา ๒๕๖๙ เป็นไปอย่างเชื่องช้า เมื่อสอบถาม ก็พบว่าวิทยาลัยชุมชนทุกแห่งยังใช้วิธีกรอกใบสมัครในแบบฟอร์มแล้วจึงนำไปคีย์เข้าระบบดิจิทัล อีกทั้งแต่ละวิทยาลัยสร้างระบบลงทะเบียนของตน และยังมีปฏิทินการลงทะเบียนที่แตกต่างกัน
(๓.๓) ข้อค้นพบดังกล่าวย้อนแย้งกับนโยบายรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ และทำให้สถาบันวิทยาลัยชุมชนไม่พัฒนาหลักการบริหารจัดการองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Organization) และไม่เป็นไปตามมติสภาฯ ในช่วงเดียวกันนี้ มีเอกสารจากกระทรวงอว.และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินซึ่งสถาบันจะต้องนำมาดำเนินการจัดทำระบบข้อมูลให้เป็นระบบและถูกต้องโดยด่วน ตามที่กฎหมายกำหนด ดังนี้
๑.๒ สป.อว.ได้จัดอบรมเรื่องการปฏิบัติตามกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาการเปิดเผยและการส่งข้อมูลการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งกำหนดให้สถาบันอุดมศึกษาต้องเปิดเผยและจัดส่งข้อมูล ๑๘ ด้าน ซึ่งรวมถึงข้อมูลผู้เรียน งานวิจัยและนวัตกรรมให้แก่กระทรวงและเปิดเผยต่อสาธารณะ
๑.๓ ข้อสังเกตจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ด้านบัญชี พบความเสี่ยงเรื่องการบันทึกบัญชีประเด็น”รายได้รอการรับรู้” ของเงินทุนวิจัยภายนอกตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ที่ยังไม่ถูกต้องตามหลักการบัญชี ซึ่งในประเด็นนี้ สถาบันต้องเร่งดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องโดยเร็ว
๑.๔ สถาบันวิทยาลัยชุมชนควรเร่งดำเนินการปรับปรุงระบบการจัดเก็บข้อมูลนักศึกษา และควรขยายผลให้ครอบคลุมถึง หลักสูตรระยะสั้นและการฝึกอบรมด้วย พร้อมทั้งให้มีการพิจารณากำหนดคำนิยามที่ชัดเจน เพื่อรองรับระบบคลังหน่วยกิต (Credit Bank) และระบบ Micro-credential ในอนาคต
๒. รับทราบ รายงานผลการตรวจสอบรายงานการเงินของสถาบันวิทยาลัยชุมชน สำหรับปีสิ้นสุด ๓๐ กันยายน ๒๕๖๘ และที่ประชุมมอบหมายดังนี้
๒.๑ ในส่วนที่เกี่ยวกับรายงานผลการตรวจสอบรายงานการเงินของสถาบัน
(๑) เนื่องจากเอกสารสะสมมาหลายปี และบุคลากรมีจำกัด เห็นควรจัดจ้างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งอาจเป็นหน่วยงานตรวจสอบบัญชีภาคเอกชนหรือมหาวิทยาลัยเข้ามาช่วยดำเนินการบันทึกบัญชีเงินรายได้นอกงบประมาณแผ่นดิน โดยเฉพาะเงินอุดหนุนการวิจัย ย้อนหลังตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ถึงปัจจุบัน ให้ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐ และนำรายงานเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบสถาบันวิทยาลัยชุมชน เพื่อกำกับดูแลต่อไป โดยให้สถาบันพิจารณาจัดสรรงบประมาณเหลือจ่ายหรืองบดำเนินงานส่วนอื่น
(๒) มอบสถาบันวิทยาลัยชุมชน มีคำสั่งให้บุคลากรผู้รับผิดชอบโครงการหรือผู้ที่ครอบครองเอกสารหลักฐานทางการเงินทั้งหมดของสถาบันฯ นำส่งให้ฝ่ายการเงินและบัญชีเพื่อเข้าระบบโดยทันที หากผู้ใดไม่ปฏิบัติให้ถือเป็นการกระทำผิดวินัย
(๓) มอบให้สถาบันวิทยาลัยชุมชนและวิทยาลัยชุมชนทุกแห่งที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ เร่งดำเนินการตรวจนับพัสดุประจำปีและจำหน่ายพัสดุที่ชำรุดเสื่อมสภาพให้เป็นปัจจุบันโดยเร็วที่สุด และให้ผู้อำนวยการสถาบันฯ กำหนดเป็นนโยบายและตัวชี้วัดที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดทุกปี
๒.๒ ในส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการข้อมูลของสถาบัน สถาบันต้องทบทวนกระบวนการจัดเก็บข้อมูลในภาพรวมให้เป็นระบบที่ถูกต้อง รวดเร็วขึ้น พิจารณาแยกแยะข้อมูลเพื่อเผยแพร่ตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาการเปิดเผยและการส่งข้อมูลการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๖ และพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลภายในที่มีผู้เข้าถึงเป็นลำดับชั้น โดยอาจพัฒนาจากระบบคลังปัญญาที่จัดทำแล้วยังมิได้จัดเก็บข้อมูล
๒.๓ ขอให้สถาบันจัดทำแผนปฏิบัติการที่กำหนดเวลาแล้วเสร็จในข้อ ๒.๑ และ ๒.๒ เสนอต่อสภาในการประชุมครั้งต่อไป โดยให้เร่งดำเนินการในส่วนของปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ให้แล้วเสร็จ ภายในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๙ ก่อนที่ สตง. จะเข้าตรวจสอบรอบถัดไป
๒.๔ การปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานสู่ดิจิทัล ต้องปรับลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นหรือซ้ำซ้อน ปรับเปลี่ยนการทำงานแบบเดิมให้มีประสิทธิภาพ (เช่น การลงทะเบียนด้วยกระดาษ การโอนงบประมาณวิจัยจากแหล่งทุนภายนอกถึงนักวิจัยให้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิม ฯลฯ) และปรับเปลี่ยนทัศนคติของบุคลากรเพื่อก้าวสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงอว.อย่างแท้จริง
๒.๕ ข้อสังเกตจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ด้านบัญชี พบความเสี่ยงเรื่องการบันทึกบัญชีประเด็น”รายได้รอการรับรู้” ของเงินทุนวิจัยภายนอกตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ที่ยังไม่ถูกต้องตามหลักการบัญชี ซึ่งในประเด็นนี้ สถาบันต้องเร่งดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องโดยเร็ว
๓. รับทราบผลการใช้จ่ายงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ณ วันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๙ และมอบสถาบันวิทยาลัยชุมชนเร่งรัดการดำเนินงานและการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามเป้าหมาย
๔. รับทราบรายงานข้อมูลสารสนเทศนักศึกษา ของสถาบันวิทยาลัยชุมชน ข้อมูล ณ วันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๙ และมอบหมายสถาบันวิทยาลัยชุมชน ดังนี้
๔.๑ มอบให้สถาบันวิทยาลัยชุมชน จัดทำปฏิทินการศึกษา (Academic Calendar) ที่มีกำหนดวันเปิด-ปิดภาคเรียน และวันสิ้นสุดการลงทะเบียนที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ และบังคับใช้กับวิทยาลัยชุมชนทุกแห่งตั้งแต่ภาคการศึกษาที่ ๒/๒๕๖๙ เป็นต้นไป
๔.๒ มอบสถาบันวิทยาลัยชุมชน แจ้งให้วิทยาลัยชุมชนทุกแห่งใช้ระบบทะเบียนและสารสนเทศนักศึกษาที่เป็นระบบกลางของสถาบันฯ เพียงระบบเดียว ห้ามมิให้มีการพัฒนาระบบอื่นขึ้นมาใช้เอง เพื่อให้ข้อมูลเป็นฐานเดียวกันและง่ายต่อการบริหารจัดการ
๔.๓ มอบสถาบันวิทยาลัยชุมชนเร่งตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลนักศึกษาที่มีความซ้ำซ้อน หรือมีสถานะไม่ถูกต้องให้เป็นปัจจุบัน
๔.๔ มอบสถาบันวิทยาลัยชุมชน วิเคราะห์หาสาเหตุและกำหนดแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วนในวิทยาลัยชุมชนที่มีจำนวนนักศึกษาลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
๕. รับทราบการรายงานผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการของผู้สอนประจำในสถาบันวิทยาลัยชุมชน
๖. รับทราบ โครงการฝึกอบรมผู้บริหารสถาบันวิทยาลัยชุมชน หลักสูตรนักบริหารสถาบันวิทยาลัยชุมชน รุ่นที่ ๒
๗. เห็นชอบ (ร่าง) ประกาศสถาบันวิทยาลัยชุมชน เรื่อง การกำหนดภาระงานของผู้สอนประจำในสถาบันวิทยาลัยชุมชน พ.ศ. …. และมอบสถาบันวิทยาลัยชุมชนจัดทำประกาศฯ เสนอนายกสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชนลงนาม เพื่อประกาศใช้ต่อไป
๘. เห็นชอบแต่งตั้งให้ นายนิธิพงศ์ อนุรักษ์พงศธร ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ วิทยาลัยชุมชนระนอง ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนระนอง ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๙ เป็นต้นไป
๙. เห็นชอบแต่งตั้งให้ นายชยพล พุฒยอด ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ รองผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนปัตตานี เป็นผู้รักษาราชการแทนผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนปัตตานี ตั้งแต่วันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เป็นต้นไป
๑๐. อนุมัติการให้อนุปริญญาและเห็นชอบบัญชีรายชื่อผู้สำเร็จการศึกษาของวิทยาลัยชุมชนสตูล จำนวน ๕๗ คน ของวิทยาลัยชุมชนสตูล
๑๑. เห็นชอบหลักสูตรที่จัดการเรียนการสอนในระบบคลังหน่วยกิต (ICCS Credit Bank) ของวิทยาลัยชุมชนน่านและปัตตานี

ติดต่อศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัล

กำลังส่งข้อมูล...