เครื่องจักตอก”กึ่งอัตโนมัติ (Semi-Automatic)”

เครื่องจักตอก"กึ่งอัตโนมัติ (Semi-Automatic)"

โดยวิทยาลัยชุมชนพิจิตร

นวัตกรรมพลิกโฉมภูมิปัญญาจักสาน ยกระดับประสิทธิภาพการจักสาน

เครื่องอบพลังงานแสงอาทิตย์และอินฟาเรด

โดย สาขาวิชาช่างไฟฟ้า วิทยาลัยชุมชนพิจิตร

จากแสงอาทิตย์สู่รังสีอินฟาเรด นวัตกรรมเครื่องอบแห้งเพื่อเกษตรกรไทย ที่ช่วยลดต้นทุน ประหยัดเวลา ปลอดภัยจากแมลง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยกระดับกระบวนการแปรรูปพืชผักและสมุนไพรให้มีมาตรฐาน พร้อมสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน

  ความเป็นมา

    แต่เดิมมา การเตรียมเส้นตอกของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนตำบลกำแพงดิน อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร  และกลุ่มจักสานบ้านโพธิ์ศรี ตำบลบางคลาน อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร ต้องอาศัยแรงงานคนโดยใช้มือและมีด หรือเครื่องช่วยแบ่งเส้นตอกแบบหมุนด้วยมือ (Manual) ซึ่งการหมุนเครื่องจักตอกและการแบ่งเส้น ด้วยมือใช้เวลาและนำไปสู่ความเหนื่อยล้าของช่างซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ

กระบวนการถนอมอาหารและการอบแห้งวัตถุดิบทางการเกษตรในชุมชนชนบทของไทยยังคงพึ่งพาการตากแดดตามธรรมชาติเป็นหลักมาอย่างช้านาน แม้วิธีการดังกล่าวจะไม่มีต้นทุนด้านพลังงาน แต่กลับมีข้อจำกัดหลายประการที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพผลผลิตโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นความไม่แน่นอนของสภาพอากาศและปริมาณแสงแดดในแต่ละฤดูกาล ระยะเวลาในการทำแห้งที่ยาวนาน ความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนจากฝุ่นละออง แมลง และสิ่งสกปรกในสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการสูญเสียสารสำคัญและคุณค่าทางโภชนาการของผลผลิตระหว่างกระบวนการ ปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงกระทบต่อคุณภาพของสินค้า แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อรายได้และความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรในพื้นที่อีกด้วย

    วิทยาลัยชุมชนเห็นประโยชน์ของการเข้ามาช่วยยกระดับกระบวนการผลิตสู่ระบบ “กึ่งอัตโนมัติ (Semi-Automatic)” หัวใจสำคัญของการปรับปรุงเริ่ม เปลี่ยนจากการใช้มือหมุน“เครื่องจักตอก” มาติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อให้ไม้ไผ่เคลื่อนที่ผ่านใบมีดได้อย่างสม่ำเสมอ ผสานกับการใช้ระบบส่งกำลังผ่านสายพานหรือโซ่ที่ช่วยลดภาระของผู้ใช้งานได้อย่างมีนัยสำคัญ ผลลัพธ์ที่ได้คือการทำงานที่ต่อเนื่องยาวนานขึ้น ลดความคลาดเคลื่อนจากแรงมือ และได้ปริมาณเส้นตอกที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในระยะเวลาที่เท่าเดิม

    ด้วยตระหนักถึงปัญหาและความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง สาขาวิชาช่างไฟฟ้า วิทยาลัยชุมชนพิจิตร จึงได้ริเริ่มคิดค้นและพัฒนา “เครื่องอบพลังงานแสงอาทิตย์และอินฟาเรด” ขึ้น โดยบูรณาการเทคโนโลยีพลังงานทดแทน 2 ระบบเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ได้แก่ ระบบอบด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ในส่วนที่ 1 ซึ่งทำหน้าที่ให้ความร้อนและกำจัดความชื้นเบื้องต้น และระบบให้ความร้อนด้วยรังสีอินฟาเรดในส่วนที่ 2 ซึ่งทำงานด้วยพลังงานไฟฟ้า ทั้งสองส่วนสามารถแยกการใช้งานออกจากกันได้อย่างอิสระ ทำให้ผู้ใช้งานมีความยืดหยุ่นในการเลือกใช้ตามความเหมาะสมของวัตถุดิบและสภาพแวดล้อม

    ในส่วนของ “เครื่องแบ่งเส้นตอก” ทางวิทยาลัยได้แก้ปัญหากระบวนการผลิตเดิมที่มักติดขัดในขั้นตอนการแบ่งเส้นขนาด 5 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นขนาดที่มีความต้องการใช้งานสูงสุดแต่กลับมีช่องแบ่งไม่เพียงพอ การดัดแปลงครั้งนี้จึงเน้นการ ขยายขนาดและเพิ่มจำนวนช่องทาง (Scale-up) สำหรับขนาด 5 มิลลิเมตรโดยเฉพาะ ในขณะที่ยังคงรักษาช่องขนาด 2 และ 3 มิลลิเมตรไว้สำหรับงานฝีมือที่ละเอียด

          นอกเหนือจากการให้ความร้อนเพื่ออบแห้งแล้ว รังสีอินฟาเรดยังมีคุณสมบัติพิเศษที่โดดเด่นในการกำจัดมอดและแมลงที่แฝงตัวอยู่ในเมล็ดพืช เช่น เมล็ดข้าว โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสารเคมีใด ๆ ซึ่งช่วยยกระดับมาตรฐานความสะอาดและความปลอดภัยของผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยลดความชื้นในสมุนไพรได้อย่างสม่ำเสมอและทั่วถึง ส่งผลให้วัตถุดิบมีคุณภาพสูงและได้มาตรฐานเพียงพอสำหรับการนำไปแปรรูปในขั้นตอนต่อไป

    ผลผลิต เครื่องจักตอกและเครื่องแบ่งเส้นตอกอัตโนมัติ ที่ทุ่นแรงและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของช่างจักตอก ลดเวลาการทำงานเตรียมจักตอกของช่างจากปกติที่หากใช้มือและมีดล้วนจะใช้เวลาประมาณ 2 วัน เหลือเพียงประมาณ 3 ชั่วโมง ทำให้เพิ่มรายได้ และนำเวลาไปใช้คิดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้กระบวนการผลิตมีความลื่นไหล (Flow) และลดเวลาการรอคิวงาน แต่ยังเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชน ที่สามารถผลิตได้รวดเร็ว และได้ขนาดของตอกที่มีขนาดเท่ากันทุกเส้น ทันต่อความต้องการของตลาด และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกในกลุ่มวิสาหกิจให้ก้าวไปพร้อมกับเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชนได้อย่างแท้จริง

          นอกเหนือจากการให้ความร้อนเพื่ออบแห้งแล้ว รังสีอินฟาเรดยังมีคุณสมบัติพิเศษที่โดดเด่นในการกำจัดมอดและแมลงที่แฝงตัวอยู่ในเมล็ดพืช เช่น เมล็ดข้าว โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสารเคมีใด ๆ ซึ่งช่วยยกระดับมาตรฐานความสะอาดและความปลอดภัยของผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยลดความชื้นในสมุนไพรได้อย่างสม่ำเสมอและทั่วถึง ส่งผลให้วัตถุดิบมีคุณภาพสูงและได้มาตรฐานเพียงพอสำหรับการนำไปแปรรูปในขั้นตอนต่อไป

ติดต่อศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัล

กำลังส่งข้อมูล...
โปรดรอซักครู่