พิธีมอบอนุปริญญาบัตร และประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาวิทยาลัยชุมชนพิจิตร ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๘

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานมอบอนุปริญญาบัตร และประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาวิทยาลัยชุมชนพิจิตร ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๘
วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๙
 
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานในพิธีประสาทอนุปริญญาบัตรและประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาวิทยาลัยชุมชนพิจิตร ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๘ ณ วิทยาลัยชุมชนพิจิตร จังหวัดพิจิตร โดยมีนางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ดร.สิริกร มณีรินทร์ นายกสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน นางวิลัย บุตร์วัตร และ ผศ.วีระชาติ มัตติทานนท์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิทยาลัยชุมชน รศ.ดร.วไลพร เมฆไตรรัตน์ ประธานสภาวิทยาลัยชุมชนพิจิตร นายวิชัย ชวนรักษาสัตย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนพิจิตร หัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหาร คณาจารย์ ตลอดจนนักศึกษาร่วมต้อนรับประธานในพิธีฯ
 
โดยในพิธีฯ ดังกล่าว
๑. ผู้มีอุปการคุณที่ทำคุณประโยชน์และสนับสนุนพันธกิจวิทยาลัยชุมชนเข้ารับเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติ จำนวน ๓๕ คน
๒. ผู้สำเร็จการศึกษาที่มีผลการเรียนดี เข้ารับเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติ จำนวน ๓ คน
๓. ผู้สำเร็จการศึกษาของวิทยาลัยชุมชนพิจิตร ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๘ จำนวน ๔๔๔ คน จำแนกตามสาขาวิชา ดังนี้
     ๓.๑ หลักสูตรอนุปริญญา สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ จำนวน ๒๐ คน
     ๓.๒ หลักสูตรอนุปริญญา สาขาวิชาการพัฒนาเด็กปฐมวัย จำนวน ๖ คน
     ๓.๓ หลักสูตรอนุปริญญา สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ จำนวน ๒ คน
     ๓.๔ หลักสูตรอนุปริญญา สาขาวิชาการปกครองท้องถิ่น จำนวน ๓๒ คน
     ๓.๕ หลักสูตรอนุปริญญา สาขาวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลธุรกิจ จำนวน ๒๖ คน
     ๓.๖ หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง จำนวน ๒๐๑ คน
     ๓.๗ หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ จำนวน ๑๕๗ คน
 
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ได้ให้โอวาทแก่ผู้สำเร็จการศึกษาความว่า
“ขอแสดงความยินดีสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาวิทยาลัยชุมชนพิจิตร ก็เป็นอีกครั้งที่เราได้รับทราบการดำเนินงานของวิทยาลัยชุมชนพิจิตรจากประธานสภาวิทยาลัยชุมชนพิจิตร ซึ่งได้ทำงานหนัก ทั้งหลักสูตร Degree เช่น หลักสูตรอนุปริญญา ปวส. ปวช. และหลักสูตร Non-Degree ทุกหลักสูตรมุ่งไปสู่เป้าหมาย ผู้ใหญ่ทำงานก็มี เด็กทำงานก็มี ผู้เกษียณแล้วทำงานก็มี หลักสูตรมีทั้งสากล และสามัญทั่วไป รวมทั้งหลักสูตรชาวบ้านด้วย เช่น ศิลปหัตถกรรม หลักสูตรการจัดทำหัวโขนเพื่อการพาณิชย์ ถือว่าครอบคลุมทั้งหมด ขอชื่นชมวิทยาลัยชุมชนพิจิตร ทั้งผู้บริหาร และครูอาจารย์ ทั้งได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายในจังหวัด
 
การตั้งวิทยาลัยชุมชนเมื่อ ๒๐ ปีก่อน ได้นำแนวคิดจาก ประเทศแคนาดา และสหรัฐอเมริกา เนื่องจากประเทศเหล่านี้เป็นประเทศขนาดใหญ่ พื้นที่ห่างไกล มหาวิทยาลัยไม่เพียงพอต่อผู้เรียน จึงได้เกิดวิทยาลัยชุมชนขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนทั้งเมืองเล็ก และเมืองใหญ่ ประเทศไทยเป็นประเทศขนาดกลาง แต่เป็นเรื่องความเหลื่อมล้ำมากกว่า เรายังมีพี่น้องตามจังหวัดที่ยังไม่มีมหาวิทยาลัย จึงตั้งเป้าหมายว่า จัดตั้งวิทยาลัยชุมชนในจังหวัดที่ไม่มีมหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่เป็นจังหวัดเล็ก ๆ ตามจังหวัดชายแดน หรือชายขอบ เราพยายามให้ความรู้ ทักษะ แพร่หลายให้กับคนไทย จากผลการดำเนินงานจะเห็นว่าครอบคลุมทุกกลุ่ม จึงขอชื่นชม นอกจากการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างของวิทยาลัยชุมชนแล้ว รวมทั้งวิธีจัดการศึกษา เราจะต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจ และชุมชน เป็นต้น
 
เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๒ รัชกาลที่ ๙ ได้มีพระบรมราโชวาท “ความสามัคคี และความสำนึกว่าเป็นไทย” เป็นสมบัติที่มีค่าที่สุด ที่ถ่ายทอดมารุ่นลูก รุ่นหลาน ทั้ง ๒ ปัจจัยนี้ รักษาเอกราช ความเป็นไทย สืบมาได้ทุกวันนี้ และขอให้พวกเราถ่ายทอดให้ลูกหลานสืบไป ความสามัคคีมีความสำคัญ คนไทยได้สร้างอาณาจักร สร้างบ้าน สร้างเมือง การตั้งอาณาจักร ทำอย่างไรไม่ให้ถูกกลืน อันนั้นคือความรู้สึกที่เป็นไทยด้วยกัน ร่วมกันปกป้องอาณาจักรของเรา ความสำนึกความเป็นไทย สรุปคือ สังคมไทย เป็นคนกินข้าวกินปลา ต้องทำนาดำ ดังนั้น จะต้องเลือกถิ่นฐาน ๑. ที่ลุ่มสำหรับทำนาดำ ๒. ต้องมีแหล่งน้ำ ๓. มีเนิน โคก สำหรับสร้างบ้าน ยกสูง อันนี้คือโครงสร้างด้านกายภาพของคนไทย แต่สิ่งที่อยู่ใน DNA ของคนไทย คือ สิ่งที่เป็นจิตวิญญาณระดับครอบครัว ที่สอนกัน คือ ผู้ใหญ่มีหน้าที่เลี้ยงและอบรมผู้เยาว์ ครูอาจารย์ อบรม สอนทักษะ และสอนลูกศิษย์เป็นคนดี ผู้เยาว์ต้องรู้คุณท่าน และตอบแทนคุณท่าน ดังนั้นขอฝากผู้สำเร็จการศึกษาทุกท่านด้วย อย่าลืมความเป็นไทย ความสามัคคี และความสำนึกว่าเป็นคนไทยปกป้องบ้านเมืองของเรา
 
สุดท้ายขอขอบคุณผู้บริหาร ครูอาจารย์ ยังมีงานที่ต้องทำจำนวนมาก การค้นหาเด็กมาเรียน ปวช. ปวส. อนุปริญญา เพื่อที่วิทยาลัยชุมชนจะได้ผลิตบัณฑิตตามที่จังหวัดต้องการ เช่น ด้านผู้สูงอายุ ระบบสุขภาพชุมชน ซึ่งหลายแห่งได้เริ่มทำแล้ว แต่ทำให้เป็นรูปเป็นร่าง ขอขอบคุณและให้กำลังใจ และช่วยกันรักษาความเป็นไทย และสามัคคี”

ติดต่อศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัล

กำลังส่งข้อมูล...
โปรดรอซักครู่