เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569
สภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน ในการประชุมครั้งที่ 4/2569 โดยมีดร.สิริกร มณีรินทร์ นายกสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน เป็นประธาน ที่ประชุมมีมติดังนี้
1. เรื่องประธานแจ้งที่ประชุมทราบ ดังนี้
1.1 เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.สิริกร มณีรินทร์ นายกสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน พร้อม นายเจริญชัย วงษ์จินดา ผู้อำนวยการสถาบันนำคณะผู้บริหารเข้าพบ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เพื่อแสดงความกตัญญู และรายงานผลการดำเนินงานพร้อมรับข้อคิดเห็นเพื่อการพัฒนาสถาบันวิทยาลัยชุมชน ดังนี้
(1) ขอให้วิทยาลัยชุมชนไม่ลืมเรื่องความเป็นไทย โดยยกตัวอย่างงานวิจัยของ ศ.กิตติคุณ ดร.ฉัตรทิพย์ นาถสุภา ที่ได้ศึกษารากเหง้าของคนตระกูลไทในภูมิภาคต่าง ๆ ที่สืบต่อกันมานับพันปีว่ามีโครงสร้างทางสังคมร่วมกัน 3 ระดับ คือ 1) ระดับครอบครัว เน้นสายสัมพันธ์ความกตัญญู ผู้ใหญ่มีหน้าที่อบรมเลี้ยงดูผู้เยาว์ ผู้เยาว์รู้คุณและตอบแทนคุณท่าน 2) ระดับหมู่บ้าน-ชุมชน เน้นความเป็นพี่น้อง ความมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และการพึ่งพาตนเองแบบเศรษฐกิจพออยู่พอกิน 3) ระดับเมืองซึ่งรวมกลุ่มที่สูงขึ้นเพื่อจัดการทรัพยากรร่วมกัน รากแก้วของความเป็นไทย ไม่ใช่เพียงการใช้อำนาจปกครองแต่ยังปลูกฝังความจงรักภักดีต่อแผ่นดิน และความสามัคคี ซึ่งเป็นพลังสังคมที่เข้มแข็ง ขอให้วิทยาลัยชุมชนส่งต่อคุณค่าความเป็นไทย ให้เข้ากับการเรียนการสอนในลักษณะการ สืบสาน รักษา ต่อยอด ซึ่งถือเป็นพระบรมราโชบาย ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาล10 ซึ่งเป็นการสืบสานต่อเนื่องจากพระบรมราชโองการในพระพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9
(2) ประเด็นที่องคมนตรีฝากไว้
– การปรับหลักสูตรให้ทันสมัย โดยเฉพาะหลักสูตร Non-Degree สำหรับผู้สูงวัย ด้าน AI และ Automation
– การขยายพื้นที่บริการ เป็นเรื่องดีที่ขยายไปกว่า 20 จังหวัด และขอให้ใช้หลักการเดิม คือการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเสมอภาค
– SDGs ไม่จำเป็นต้องทำครบ 17 ข้อ ให้เลือกทำข้อที่มีผลกระทบสูงและมุ่งสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้
– เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ขอให้สถาบันวิทยาลัยชุมชนเน้นการลงมือทำจริง ใช้นวัตกรรมสู่การสร้างรายได้ เช่น การจัดการขยะเหลือใช้ทางการเกษตร
– ค่าบำรุงการศึกษา ขอให้สถาบันวิทยาลัยชุมชนศึกษาต้นทุนจัดการศึกษาแต่ละสาขาเพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และพิจารณาเก็บค่าบำรุงในแนวทางสูงขึ้นสำหรับผู้มีกำลังจ่าย/หลักสูตรที่นำไปประกอบอาชีพ, ถูกลงสำหรับผู้ยากจน
– การพัฒนาบุคลากร สถาบันวิทยาลัยชุมชนควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะครูผู้สอน (ค่าตอบแทน, ความก้าวหน้าทางวิชาการ)
1.2 เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 นำคณะสถาบันวิทยาลัยชุมชนไปศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการงานวิจัย ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT) และ มหาวิทยาลัยศิลปากร เพื่อเรียนรู้ระบบบริหารงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยและนำมาปรับใช้ในบริบทของสถาบันวิทยาลัยชุมชน โดยสรุปประเด็นที่น่าสนใจได้ ดังนี้
(1) นโยบายและเป้าหมายงานวิจัย ทั้งสองแห่งมีนโยบายชัดเจนและสื่อสารให้บุคลากรทราบ
(2) เป้าหมายรายบุคคล KMUTT กำหนดให้สายวิชาการทุกคนเป็นหัวหน้าโครงการวิจัย (เป็นตัวชี้วัดการประเมิน) มหาวิทยาลัยศิลปากรเน้นการเชิญชวนและติดตาม
(3) การพัฒนาบุคลากร มีการจัดอบรมนักวิจัย (จริยธรรมในการทำวิจัย) (KMUTT บังคับอบรมทุก 3 ปี)
(4) ระบบบริหารจัดการส่วนกลาง KMUTT ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล ” kiren ” ในการบริหารจัดการข้อมูลงานวิจัยทั้งหมดทำให้เห็นความเชี่ยวชาญของบุคลากรแต่ละท่าน ในส่วนมหาวิทยาลัยศิลปากรอยู่ระหว่างปรับปรุง
(5) เงินทุนวิจัยภายใน มีการจัดสรรทุนภายในเพื่อสนับสนุนบุคลากรให้เป็นหัวหน้าโครงการ รวมถึงทุนสนับสนุนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การตีพิมพ์ผลงาน การตรวจทาน รางวัลผลงานการตีพิมพ์ เป็นต้น
(6) มีคณะกรรมการจริยธรรมหลายชุด เช่น วิจัยในมนุษย์, สัตว์, ชีวภาพ, ห้องแล็บ เป็นต้น และขึ้นตรงกับผู้บริหารของมหาวิทยาลัย
(7) การจัดทำสัญญามหาวิทยาลัย โดยหัวหน้าส่วนราชการเป็นผู้ลงนามสัญญา มีหน่วยงานกลางกำกับดูแล และส่งเอกสารทั้งหมดมาเก็บไว้ที่ส่วนกลางของทั้ง 2 มหาวิทยาลัย
(การจัดซื้อจัดจ้าง อ้างอิงตามระเบียบพัสดุ พ.ศ. 2560 โดย มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี ดำเนินการผ่านกองคลัง นักวิจัยสามารถอนุมัติจัดซื้อได้ไม่เกิน 50,000 บาทโดยต้องได้รับการมอบอำนาจจากอธิการบดี การจ้างต้องผ่านหน่วยงานพัสดุกลางเท่านั้นในทุกวงเงิน
– การเบิกจ่าย ต้องมีเอกสารส่งส่วนกลาง เปิดบัญชีในนามนิติบุคคล มีผู้ลงนาม 2 คน (หัวหน้าโครงการ + ผู้ที่ได้รับมอบหมาย)
– การยืมเงิน มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี มีระบบให้ยืมเงินสำหรับโครงการที่มีสัญญาแล้ว ในส่วนของมหาวิทยาลัยศิลปากรให้นักวิจัยสำรองเงินเอง โดยต้องมีวันที่กำกับในเอกสาร หลังวันลงนามในสัญญาแล้วเท่านั้น
– สภาพแวดล้อมที่สนับสนุน มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี มี Lunch Meeting เพื่อให้ผู้บริหารพบปะนักวิจัยโดยตรง เพื่อรับทราบปัญหาการดำเนินงานและมีหน่วยงานกลางช่วยจัดทำงานด้านเอกสาร
2. รับทราบรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานตามข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการและการจัดการศึกษา (MOU) ของวิทยาลัยชุมชนกับสถาบันการศึกษา กรณีการเทียบโอนหน่วยกิตเพื่อศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น และมอบสถาบันวิทยาลัยชุมชนปรับปรุงการรายงานผลดังกล่าวให้ถูกต้อง ครอบคลุมภาพรวมของสถาบันในส่วนกลาง และเห็นผลลัพธ์ของ MOU ที่จัดทำไว้
3. รับทราบแนวทางและความคืบหน้าการดำเนินงานด้านการแพทย์แผนไทยและสาธารณสุขศาสตร์ ของสถาบันวิทยาลัยชุมชน
4. รับทราบรายงานผลการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ สถาบันวิทยาลัยชุมชน ครั้งที่ 1/2569 และมอบสถาบันวิทยาลัยชุมชน ดำเนินการตามข้อเสนอแนะของที่ประชุม
5. ที่ประชุมเห็นชอบ ดังนี้
5.1 เห็นชอบ (ร่าง) ข้อบังคับสถาบันวิทยาลัยชุมชน ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งผู้สอนประจำในวิทยาลัยชุมชน ให้ดำรงตำแหน่งอาจารย์ชำนาญการ อาจารย์ชำนาญการพิเศษ อาจารย์เชี่ยวชาญ และอาจารย์เชี่ยวชาญพิเศษ พ.ศ. ….
5.2 เห็นชอบ (ร่าง) กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดตำแหน่งและมาตรฐานตำแหน่งทางวิชาการ การให้ผู้สอนประจำในสถาบันวิทยาลัยชุมชนได้รับเงินเดือน การกำหนดบัญชีเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงของผู้สอนประจำในสถาบันวิทยาลัยชุมชน และการได้รับเงินประจำตำแหน่งของผู้สอนประจำในสถาบันวิทยาลัยชุมชน
5.3 มอบสถาบันวิทยาลัยชุมชน จัดทำ (ร่าง) ข้อบังคับดังกล่าว เสนอนายกสภาสถาบันลงนาม เพื่อบังคับใช้และรายงาน สป.อว. เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อต่อไป
6. เห็นชอบ (ร่าง) ตัวชี้วัดแผนพัฒนาความเลิศสถาบันวิทยาลัยชุมชน ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) ฉบับปรับปรุง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
7. เห็นชอบรายชื่อประธานสภาวิทยาลัยและรองประธานสภาวิทยาลัยชุมชนตาก พิจิตร แพร่ และน่าน และมอบสถาบันวิทยาลัยชุมชนจัดทำประกาศแต่งตั้งฯ เสนอนายกสภาสถาบันลงนามในประกาศแต่งตั้งต่อไป
8. เห็นชอบรายชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งกรรมการสภาวิทยาลัยชุมชนสงขลา แทนผู้ที่ขอสละสิทธิ์ และมอบสถาบันวิทยาลัยชุมชนดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติตามข้อบังคับสถาบันวิทยาลัยชุมชน ว่าด้วยจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งกรรมการสภาวิทยาลัย พ.ศ. 2569 เพื่อเสนอนายกสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชนแต่งตั้งต่อไป
9. เห็นชอบให้ นายสุรินทร์ มหาวรรณ์ ผ่านการประเมินการทดลองการปฏิบัติหน้าที่ของผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน และให้ยกเลิกข้อบังคับการประเมินผลฉบับเดิม
10. ที่ประชุมเห็นชอบ ดังนี้
10.1 เห็นชอบให้นายนิธิพงศ์ อนุรักษ์พงศธร ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ วิทยาลัยชุมชนระนอง ลาออกจากตำแหน่งผู้รักษาราชการแทนผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนระนอง ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569
10.2 แต่งตั้งให้นางสาวจุฑาพร น้อยประเสริฐ ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ รองผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนระนอง เป็นผู้รักษาราชการแทนผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนระนอง ตั้งแต่ วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการแต่งตั้งผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนระนอง
11. เห็นชอบ (ร่าง) ข้อบังคับสถาบันวิทยาลัยชุมชน ว่าด้วยการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. …. และมอบสถาบันวิทยาลัยชุมชนเสนอนายกสภาสถาบันลงนามเพื่อบังคับใช้ต่อไป
12. เห็นชอบการนับรวมระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของผู้อำนวยการสถาบันวิทยาลัยชุมชน ช่วงรักษาราชการแทนผู้อำนวยการสถาบันวิทยาลัยชุมชน (1 ตุลาคม 2567 – 19 มีนาคม 2568) และตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันวิทยาลัยชุมชน (20 มีนาคม 2568 – 30 กันยายน 2568) มาใช้สำหรับประเมินผลการดำเนินงานและประกอบการพิจารณาเลื่อนค่าตอบแทน ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เนื่องจากเป็นบุคคลคนเดียวกันที่ถือว่าปฏิบัติหน้าที่ ที่มีอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบในฐานะผู้อำนวยการสถาบันวิทยาลัยชุมชนมาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง
13. เห็นชอบให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูมีและเลื่อนวิทยฐานะตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ด่วนที่สุด ที่ ศธ 0206.4/ว 17 ลงวันที่ 30 กันยายน 2552 หนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.4/ว 10 ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2554 และมาตรฐานกำหนดตำแหน่งตามหนังสือ ก.ค.ศ. ด่วนที่สุด ที่ ศธ 0206.3/ว 17 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2548 มาใช้กับข้าราชการครูในวิทยาลัยชุมชนไปพลางก่อน จนกว่า ก.พ.อ. จะมีการกำหนดหลักเกณฑ์ของสถาบันวิทยาลัยชุมชน
14. อนุมัติการให้อนุปริญญาและเห็นชอบบัญชีรายชื่อผู้สำเร็จการศึกษา จำนวน 2,467 คน ของสถาบันวิทยาลัยชุมชน
15. เห็นชอบการขอเปลี่ยนแปลงรายชื่ออาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรของวิทยาเขตสุโขทัย วิทยาลัยชุมชนตาก
16. กำหนดการประชุมสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน ครั้งที่ 5/2569 ในวันที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 13.00 น.