loader image

การประชุมสัมมนาประชาพิจารณ์ (ร่าง) ข้อบังคับสถาบันวิทยาลัยชุมชนว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งผู้สอนประจำในวิทยาลัยชุมชนให้ดำรงตำแหน่งอาจารย์ชำนาญการ อาจารย์ชำนาญการพิเศษ อาจารย์เชี่ยวชาญ และอาจารย์เชี่ยวชาญพิเศษ

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.สิริกร มณีรินทร์ นายกสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาประชาพิจารณ์ (ร่าง) ข้อบังคับสถาบันวิทยาลัยชุมชน ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งผู้สอนประจำในวิทยาลัยชุมชน ให้ดำรงตำแหน่งอาจารย์ชำนาญการ อาจารย์ชำนาญการพิเศษ อาจารย์เชี่ยวชาญ และอาจารย์เชี่ยวชาญพิเศษ ณ ห้องประชุมสถาบันวิทยาลัยชุมชน และผ่านระบบ Zoom Conference

โดยมี นายเจริญชัย วงษ์จินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาลัยชุมชน กล่าวต้อนรับ และกล่าวรายงานถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการประชุมสัมมนาฯ

การสัมมนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มากด้วยประสบการณ์ ได้แก่ ศาสตราจารย์เกียรติคุณชุติมา สัจจานันท์ ประธานเกี่ยวกับตำแหน่งทางวิชาการของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ประธานคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับตำแหน่งทางวิชาการของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะด้าน และประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการของสถาบันอุดมศึกษาภาคเอกชน

นายโอภาส เขียววิชัย วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ และศาสตราจารย์เกียรติคุณบุญทิพย์ สิริธรังศรี กรรมการสภาวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิสถาบันวิทยาลัยชุมชน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการของผู้สอนประจำในสถาบันวิทยาลัยชุมชน

การประชุมสัมมนาฯ ครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากผู้บริหารและบุคลากรจากวิทยาลัยชุมชนทั่วประเทศ เข้าร่วมสัมมนาทั้ง onsite และ online จำนวนกว่า 200 คน โดยผู้เข้าร่วมสัมมนาฯ ได้รับฟัง และร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ทำให้เข้าใจหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ของ (ร่าง) ข้อบังคับฯ ชัดเจนมากขึ้น และสามารถนำประเด็นข้อเสนอแนะไปปรับปรุง (ร่าง) ข้อบังคับฯ ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น อาทิ

  1. ค่าตอบแทนและเงินประจำตำแหน่ง
    ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากหลักเกณฑ์เดิมไปสู่หลักเกณฑ์ใหม่ ผู้ที่ดำรงวิทยฐานะเดิมจะยังคงได้รับค่าตอบแทนและเงินประจำตำแหน่งตามสิทธิที่เคยได้รับ

สำหรับการเข้าสู่ตำแหน่งตาม (ร่าง) ข้อบังคับฯ ใหม่ ผู้ที่เข้าสู่วิทยฐานะให้ได้รับค่าตอบแทนและเงินประจำตำแหน่งที่ไม่ต่ำไปกว่าเดิม ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

  1. การนับระยะเวลาการปฏิบัติงานเพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการ
    เป็นการพิจารณาโดยคำนึงถึงประสบการณ์และระยะเวลาการปฏิบัติงานเดิม มาเป็นแนวทางในการดำเนินการ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้สอนประจำ

ทั้งนี้ (ร่าง) ข้อบังคับฯ ใหม่ จะใช้ระยะเวลาน้อยกว่าเดิม สำหรับผู้ที่เริ่มปฏิบัติงานตำแหน่งอาจารย์ โดยได้แสดงตารางวิเคราะห์เปรียบเทียบไว้ชัดเจน

  1. การเรียกชื่อตำแหน่ง
    “อาจารย์ชำนาญการ” “อาจารย์ชำนาญการพิเศษ” “อาจารย์เชี่ยวชาญ” และ “อาจารย์เชี่ยวชาญพิเศษ” เป็นการกำหนดการเรียกชื่อตำแหน่งตามกฎหมายการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญา (อนุปริญญา) และความต่อเนื่องจากระบบวิทยฐานะเดิม

ซึ่งถือเป็นอัตลักษณ์เฉพาะของสถาบันวิทยาลัยชุมชน และมีศักดิ์และสิทธิ์เทียบเท่ากับตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์

  1. ความคุ้มค่าและความเหมาะสมของเกณฑ์
    เกณฑ์ที่เสนอได้ปรับให้เหมาะสมกับบริบทของวิทยาลัยชุมชน และมีความยืดหยุ่นกว่าบางสถาบันในระบบอุดมศึกษา โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้จัดทำผลงานด้านการรับใช้ท้องถิ่นและสังคม และสามารถใช้ผลงานร่วมกันได้ โดยให้มีสัดส่วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

  2. สิทธิประโยชน์อื่น
    เช่น การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือสายสะพาย สำหรับข้าราชการยังคงเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

กรณีผู้ที่อยู่ระหว่างการยื่นขอวิทยฐานะเดิม ก่อนวันที่ข้อบังคับใหม่มีผลใช้บังคับ จะสามารถดำเนินการตามหลักเกณฑ์เดิมจนแล้วเสร็จ โดยไม่มีผลกระทบ ทั้งนี้ ได้กำหนดรองรับไว้ในบทเฉพาะกาลเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ ดร.สิริกร มณีรินทร์ มีข้อห่วงใยเกี่ยวกับ career path ของผู้บริหารและบุคลากรสถาบันวิทยาลัยชุมชน ซึ่งประกอบด้วยประเภทต่าง ๆ ได้แก่ ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาสายวิชาการ (ครูผู้สอน) และสายสนับสนุน (พนักงานราชการที่ทำหน้าที่สอน และงานสนับสนุน) รวมถึงผู้บริหารที่เป็นบุคคลภายนอก

ซึ่งควรได้รับการส่งเสริม สนับสนุน หรือพัฒนาศักยภาพ และสามารถเข้าสู่ตำแหน่งต่าง ๆ ได้ เพื่อเป็นการธำรงรักษาไว้ซึ่งบุคลากรที่มีประสบการณ์การทำงาน

โดยที่ประชุมสัมมนาฯ เห็นว่า ควรเป็นประเด็นเพิ่มเติมที่สถาบันวิทยาลัยชุมชนจะได้นำเข้าสู่การพิจารณาเชิงนโยบายของสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน เพื่อระดมความคิดเห็นในการออกแบบหรือวางแผนการพัฒนากำลังคนทั้งระบบ ให้สอดคล้องกับภารกิจของสถาบันวิทยาลัยชุมชนต่อไป

สุดท้ายก่อนปิดการสัมมนา ดร.สิริกรฯ กล่าวว่า (ร่าง) ข้อบังคับฯ ฉบับนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายการปฏิรูประบบการบริหารงานบุคคลของสถาบันวิทยาลัยชุมชน ตาม “แผนพัฒนาความเป็นเลิศสถาบันวิทยาลัยชุมชน ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570)” ให้มีความชัดเจน เป็นธรรม และสอดคล้องกับบริบทภารกิจของวิทยาลัยชุมชนที่มุ่งจัดการศึกษาเชิงพื้นที่และพัฒนาศักยภาพชุมชน

พร้อมกล่าวขอบคุณวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ศาสตราจารย์เกียรติคุณชุติมา สัจจานันท์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณบุญทิพย์ สิริธรังศรี และนายโอภาส เขียววิชัย ที่เป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้ (ร่าง) ข้อบังคับฯ ฉบับนี้เกิดเป็นรูปธรรมในช่วงระยะเวลาอันสั้น

และสถาบันวิทยาลัยชุมชนจะได้รวบรวมข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์เหล่านี้ ไปเร่งปรับปรุง (ร่าง) ข้อบังคับฯ ให้มีความครอบคลุม สอดคล้องกับบริบทของสถาบัน ก่อนเสนอคณะอนุกรรมการ สภาวิชาการ และสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชนพิจารณาให้ความเห็นชอบ และดำเนินการเสนอตามขั้นตอนต่อกระทรวง อว. ให้ทันภายในเดือนมิถุนายน 2569

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ติดต่อศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัล

กำลังส่งข้อมูล...
โปรดรอซักครู่