พัฒนาคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ย้อมสีธรรมชาติด้วยหม้อห้อม ครามและเปลือกไม้พื้นถิ่น

โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ย้อมสีธรรมชาติด้วยหม้อห้อม ครามและเปลือกไม้พื้นถิ่น

โดย วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร

โครงการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ย้อมสีธรรมชาติด้วยหม้อห้อม ครามและเปลือกไม้พื้นถิ่น ในพื้นที่จังหวัดแพร่และมุกดาหารด้วยกระบวนการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” โดย นักวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ผศ.ดร.อภิชาติ สนธิสมบัติ (หัวหน้าโครงการ)  และคณะนักวิจัย วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร ผู้อำนวยการ พรวุฒิ คำแก้ว

 พื้นที่ชุมชนและความเป็นมา

ชุมชนคำนางโอก ต.ร่มเกล้า อ.นิคมคำสร้อย จว.มุกดาหาร เป็นชุมชนภูไทยที่ยังรักษาวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของบรรพบุรุษ ความเชื่อและภูมิปัญญาผ้าทอที่เน้นกระบวนการธรรมชาติตั้งแต่ต้นน้ำ  กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ เมื่อทอผ้าเป็นผืนออกมาขายสู่ลูกค้า แม่ๆ ที่ชุมชนนี้ปลูกต้นฝ้าย เก็บฝ้าย ดีด อิ้ว ล้อและ เข็นฝ้าย รวมถึงย้อมสีจากเปลือกไม้หรือครามกันในหมู่บ้าน และตั้งเป็นกลุ่ม มีสมาชิก 20 คนทำงานช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ในราวปีพ.ศ.2564 ชุมชนย้อมผ้าจากสีธรรมชาติด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิม แต่มีปัญหาสีจากหายและตก

การดำเนินการ

นักวิจัยจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ร่วมกับวิทยาลัยชุมชนมุกดาหารจึงได้ศึกษาวิจัยกระบวนการย้อมสีดั้งเดิมของชุมชนบ้านคำนางโอก เพื่อมุ่งพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ของชุมชนให้ได้มาตรฐานสากลด้วยวิทยาการเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม นักวิจัยได้ทดลองย้อมสีจากเปลือกไม้ธรรมชาติ ด้วยกระบวนการย้อมที่แตกต่างกัน 3 แบบ ในส่วนที่เป็นเรื่องการย้อมคราม นักวิจัยพบว่า ชุมชนรักษาภูมิปัญญาการย้อมครามแบบดั้งเดิมไว้อย่างเข้มงวด เพราะความเชื่อว่า ครามเป็นสิ่งมีชีวิต ต้องดูแลประหนึ่งเป็นลูก ต้องพูดจาไพเราะ ห้ามใส่สิ่งใดเปลี่ยนไปจากภูมิปัญญาเดิม มิฉะนั้นครามจะหนีหรือตาย นักวิจัยจึงมิอาจเสนอให้ปรับเปลี่ยนกระบวนการเตรียมหม้อครามหรือการย้อมสี แต่แนะนำด้านการชั่ง ตวง วัดให้ถูกต้อง ให้มีกระบวนการที่เป็นมาตรฐาน นักวิจัยพบว่า ในบางครั้งก็ควรเลือกให้ชุมชนคงรักษามรดกวัฒนธรรมของบรรพบุรุษที่รักและผูกพันไว้ โดยเฉพาะเมื่อชุมชนยึดมั่นในจิตใจดีงาม

ผลผลิต   

ชุมชนคำนางโอกพัฒนาตนจนเป็นนวัตกรชุมชน ประกอบอาชีพด้านผ้าฝ้ายทอด้วยกระบวนการอิงธรรมชาติตลอดกระบวนการ จากปี 2564 เป็นต้นมา ชุมชนได้พัฒนาสีสันใหม่ ๆ โดยได้ทดลองใช้เปลือกไม้หลากหลายชนิด  โดยใช้เทคนิคที่ได้เรียนรู้มาจากโครงการวิจัย อีกทั้งพัฒนารูปแบบลวดลายผ้า รูปแบบการทอ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการ ที่ได้นำเทคนิครูปแบบที่ตอบโจทย์ความต้องการของต่างประเทศมาให้กลุ่ม ซึ่งทอส่งผู้ประกอบการเพื่อนำไปแปรรูปต่อไป โดยยังคงรักษาจุดเด่นคือการรักษากระบวนการธรรมชาติจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ ได้ขยายพื้นที่ปลูกฝ้ายจากเดิมมีพื้นที่กลางของชุมชน จำนวน  7 ไร่ และสมาชิกกลุ่มได้ปลูกในพื้นที่ตัวเอง อีกคนละ 1 – 2 ไร่ ทำให้มีฝ้ายที่เพียงพอที่จะใช้ในกลุ่ม และส่งขายในพื้นที่ใกล้เคียง ยังคงรักษากระบวนการย้อมผ้าที่ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่มีการชั่ง ตวง วัด และได้พัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น เป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้ ภูมิปัญญาด้านการย้อมสีธรรมชาติ ให้กับนักเรียนทั้งระดับประถมและมัธยมในพื้นที่ และกลายเป็นพื้นที่ศึกษาดูงานของจังหวัด

ติดต่อศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัล

กำลังส่งข้อมูล...
โปรดรอซักครู่