นายกสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชนนำคณะกรรมการสภาสถาบันและสภาวิชาการสถาบันลงพื้นที่ที่จว.สงขลา พบประธานสภาวิทยาลัยชุมชนและผู้บริหารวิทยาลัยชุมชนภาคใต้ ๗ แห่ง

นายกสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชนนำคณะกรรมการสภาสถาบันและสภาวิชาการสถาบันลงพื้นที่ที่จว.สงขลา พบประธานสภาวิทยาลัยชุมชนและผู้บริหารวิทยาลัยชุมชนภาคใต้ ๗ แห่ง ประกอบด้วย วิทยาลัยชุมชนสงขลา, ยะลา, ปัตตานี, ระนอง, สตูล, นราธิวาส และพังงา
เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๙ ณ รร. หาดใหญ่ซิกเนเจอร์ จ.สงขลา ในการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และรับฟังผลการดำเนินงานของวิทยาลัยชุมชนภาคใต้ ดร.สิริกร มณีรินทร์ นายกสภาสถาบันกล่าวถึงแนวทางการบริหารงานของสถาบันวิทยาลัยชุมชนตามกฎหมายการอุดมศึกษาที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นย้ำความสำคัญของการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และการดำเนินงานบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เพื่อให้การบริหารจัดการและการตัดสินใจเชิงนโยบายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการขับเคลื่อนภารกิจของสถาบันให้บรรลุเป้าหมาย และมีการรวบรวมข้อมูลครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการอุดมศึกษาฯ กำหนด สามารถรายงานกระทรวงอว. และเผยแพร่สาธารณะได้
ในโอกาสนี้ นายกสภาสถาบันได้กล่าวนโยบายให้ความสำคัญกับการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลด้านต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นฐานข้อมูลกลาง Big Data ของสถาบันที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ และใช้ประกอบการวางแผนและตัดสินใจของผู้บริหารได้
สำหรับด้านข้อมูลนักศึกษา นายกสภาสถาบันได้ให้ความสำคัญกับการรวบรวมจัดทำสถิติจำนวนนักศึกษา ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน รวมถึงกำชับให้การลงทะเบียนของนักศึกษาดำเนินการผ่านระบบที่สถาบันกำหนด เพื่อให้ข้อมูลเป็นระบบ สามารถตรวจสอบและเชื่อมโยงข้อมูลได้อย่างถูกต้อง และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการด้านการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จากนั้น นายกสภาสถาบัน กรรมการสภาสถาบัน กรรมการสภาวิชาการสถาบัน พร้อมด้วยประธานสภาวิทยาลัยชุมชน ทั้ง ๗ จังหวัด ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้อง ได้รับฟังการนำเสนอ ผลการดำเนินงานของวิทยาลัยชุมชนในพื้นที่ภาคใต้ ผ่าน ๓ ประเด็นหลักสำคัญ ได้แก่ :
๑. ด้านสิ่งแวดล้อม (Green Campus & Community): มุ่งสู่สถาบันสีเขียว (รางวัล G-Gold / Green College) ผลงานของวิทยาลัยชุมชนสีเขียนที่มุ่งพัฒนาเป็นสำนักงานสีเขียวร่วมกับกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมจนผ่านการประเมินได้รับรางวัล การบริหารจัดการขยะแบบ Zero Waste งานวิจัยการกำจัดขยะในทะเลของวิทยาลัยชุมชนระนองซึ่งต่อมา นักวิจัยได้ตีพิมพ์บทความเผยแพร่ในวารสารที่ญี่ปุ่น การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และถ่ายทอดองค์ความรู้ BCG/Circular Economy สู่การยกระดับชุมชนยั่งยืน หรือการพัฒนาสู่จังหวัดสะอาดของวชช.สตูล ตลอดจนการลดแก๊สเรือนกระจกและการประกาศความเป็นกลางทางคาร์บอน
๒. ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล : ยกระดับการบริหารจัดการไร้กระดาษ การพัฒนาระบบสารสนเทศอัจฉริยะ (Smart Campus) การประยุกต์ใช้ AI ในการเรียนการสอนและการบริหารจัดการที่โดดเด่นของวชช.สงขลา ยะลาและนราธิวาส นวัตกรรมคลังหน่วยกิต (Credit Bank) ตลอดจนการพัฒนาแอปพลิเคชันช่วยเหลือผู้สูงอายุในชุมชน โดยเฉพาะทีมงานของวชช.นราธิวาสได้รับรางวัลสื่อ Thaimooc ยอดเยี่ยมอีกด้วย
๓. ด้านสุขภาพและสุขภาวะ (Local Wellness Economy): ยกระดับหลักสูตรนวดไทย นวดฝ่าเท้าเพื่อสุขภาพ การดูแลผู้สูงอายุ (Smart Elderly) ความก้าวหน้าของวชช.พังงา นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สตูล และสงขลาในการนำหลักสูตรด้านสุขภาพของกรมอนามัย กรมการแพทย์แผนไทย และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพมาใช้ อาทิหลักสูตรผู้ช่วยแพทย์แผนไทย หลักสูตรด้านความงาม ฯลฯ และการนำภูมิปัญญาสมุนไพร/แพทย์แผนไทยมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนสร้างรายได้
ทั้งนี้ วชช.สงขลา ได้นำเสนอความสำเร็จในการขับเคลื่อน “หลักสูตรนักบริหารจัดการสหกรณ์มืออาชีพ” ที่มุ่งสร้างทักษะการบริหารจัดการ ธรรมาภิบาล และการต่อยอดธุรกิจชุมชนให้แก่สมาชิกสหกรณ์และนักศึกษาในพื้นที่ ตลอดจนการพัฒนาหลักสูตรอนุปริญญาวิทยาศาสตร์การกีฬา พร้อมเตรียมถอดบทเรียนบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายผลโมเดลการเรียนรู้นี้ไปยังวิทยาลัยชุมชนทั่วประเทศ
การรับฟังผลการดำเนินงานดังกล่าว เป็นกลไกสำคัญในการติดตามความก้าวหน้า รับทราบสภาพปัญหาและความต้องการของแต่ละวิทยาลัยชุมชน ตลอดจนแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและถอดบทเรียนให้เป็นประโยชน์ต่อวิทยาลัยชุมชนในภาพรวม สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ และใช้ประกอบการวางแผนและตัดสินใจของผู้บริหารได้

ติดต่อศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัล

กำลังส่งข้อมูล...