น.ส.สุดาวรรณ กล่าวว่า การจัดงานช่างศิลป์ถิ่นไทย สืบสานไว้ให้ยั่งยืน ครั้งที่ 3 ทำให้ได้เห็นถึงผลงานของสถาบันช่างศิลป์ท้องถิ่นตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ด้วยการสนับสนุนจากกระทรวงอว.และงบประมาณวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ทำให้เกิดผลงานปรากฎเป็นรูปธรรมในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นบทบาทสำคัญประการหนึ่งของกระทรวง อว. ที่จะนำองค์ความรู้มาส่งเสริมรากแก้วแห่งศาสตร์ช่างศิลป์ท้องถิ่นและศิลปกรรมไทยให้เป็นทุนทางวัฒนธรรมที่แข็งแรง แล้วนำมาต่อยอดเป็นอาชีพ สร้างรายได้ตามแนวทางของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ “ขอชื่นชมในความร่วมมือร่วมใจของนักวิชาการสถาบันอุดมศึกษาในการทำนุบำรุงและสืบสานมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ โดยความร่วมมือร่วมใจนี้ หมายรวมถึงการที่นักวิชาการได้ไปทำงานร่วมกับชุมชนช่างศิลป์ที่อยู่นอกสถาบันอุดมศึกษาของท่าน และช่วยสืบสาน ต่อยอดให้สมกับที่เขาเป็นบุคคลสำคัญของชาติ รวมทั้งช่วยให้สามารถประกอบอาชีพช่างในโลกยุคใหม่ได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งนับเป็นการดำเนินตามรอยพระบาทในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการพยายามรักษาศิลปะของคนประจำชาติ เพื่อให้คนไทยรุ่นใหม่ได้ภาคภูมิใจว่าไทยเราก็มีศิลปะวัฒนธรรมประจำชาติของเรา ซึ่งมีเอกลักษณ์ที่งดงามไม่แพ้ชาติใด ดังที่ได้เห็นประจักษ์ในงานนิทรรศการนี้” รมว.อว. กล่าวภายในงานนิทรรศการ มีทั้งการนำเสนอฐานข้อมูลเกี่ยวกับงานช่างศิลป์ท้องถิ่นไทยผ่านทางเว็บไซต์
www.thaiartisan.org ซึ่งมีวิทยาลัยชุมชนต่าง ๆได้นำเสนอผลิตภัณฑ์จากงานวิจัยใน Theme ของนิทรรศการได้แก่ การสานต่อองค์ความรู้ที่ใกล้สูญหาย (วิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย์กับภูมิปัญญาทอผ้าขิดตีนดาว) การยกระดับทักษะช่างทอผ้า (วิทยาลัยชุมชนมุกดาหารกับการย้อมสีธรรมชาติให้สีไม่ตกและทนทานที่ชุมชนทอผ้าคำนางโอก วิทยาลัยชุมชนอุทัยธานีกับการสานต่อภูมิปัญญาทอผ้าจกลาวครั่งสู่เยาวชน) การยกระดับช่างจักสานสู่สากล (วิทยาลัยชุมชนยโสธร นราธิวาส ตราด น่าน และแม่ฮ่องสอน) งานพุทธศิลป์ (วิทยาลัยชุมชนน่านกับพุทธศิลป์น่านบริสุทธิ์และจิตรกรรมฝาผนังวัดในจังหวัดน่าน) ทั้งนี้ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่สนใจ สามารถเข้าชมนิทรรศการและฟังการเสวนาได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 – 20.00 น.