โดย วิทยาลัยชุมชนสตูล
อุทยานธรณีโลกสตูล เป็นอุทยานธรณีโลกแห่งแรกของไทยที่ได้รับการรับรองจาก UNESCO ลักษณะภูมิประเทศเทือกเขาหินปูน ถ้ำ และทะเลที่งดงามพื้นที่ที่มีความโดดเด่นทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ ธรณีวิทยา ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และภูมิปัญญาชุมชนที่สามารถนำมาต่อยอดได้
ความเป็นมา
อุทยานธรณีโลกสตูล เป็นอุทยานธรณีโลกแห่งแรกของไทยที่ได้รับการรับรองจาก UNESCO เมื่อพ.ศ. 2561 ตั้งอยู่บริเวณภาคใต้ฝั่งอันดามัน ครอบคลุม 4 อำเภอในสตูล (ทุ่งหว้า, มะนัง, ละงู, เมือง) พื้นที่กว่า 2,500 ตร.กม. โดดเด่นด้วย “ฟอสซิลยุคเก่ากว่า 500 ล้านปี” (Paleozoic) และลักษณะภูมิประเทศเทือกเขาหินปูน ถ้ำ และทะเลที่งดงามพื้นที่ที่มีความโดดเด่นทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ ธรณีวิทยา และความหลากหลายทางวัฒนธรรม ขณะเดียวกัน การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในมิติของชุมชนก็ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับบริบทของสตูลที่มีทั้งสมุนไพรท้องถิ่น วิถีชีวิต และภูมิปัญญาชุมชนที่สามารถนำมาต่อยอดได้
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนในพื้นที่ยังไม่สามารถเชื่อมโยงทุนชุมชน ผลิตภัณฑ์ และเส้นทางการท่องเที่ยวเข้าด้วยกันได้อย่างเป็นระบบ วิทยาลัยชุมชนสตูลจึงเริ่มดำเนินโครงการ”ยกระดับเพื่อหนุนเสริมการ
ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโดยชุมชน พื้นที่อุทยานธรณีโลกสตูล Enhancing Community-Based Health Tourism in the Satun UNESCO Global Geopark Area”ที่ ตำบลนาทอน อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล เพื่อศึกษาทุนชุมชน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน และการสร้างเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโดยชุมชน เพื่อให้ทรัพยากรและภูมิปัญญาในพื้นที่สามารถต่อยอดไปสู่ประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับชุมชนได้จริง
วิธีดำเนินการ
การวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 3 ระยะต่อเนื่อง ในปี 2568 ดังนี้
ระยะที่ 1 การวิเคราะห์ทุนชุมชน : ผู้วิจัยลงพื้นที่ศึกษาทุนชุมชนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ พร้อมสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ ผู้รู้ในชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน จากนั้นจัดเวทีการมีส่วนร่วมเพื่อร่วมกันวิเคราะห์ศักยภาพของพื้นที่ ทั้งในด้านทุนคน ทุนวัฒนธรรม ทุนทรัพยากร และทุนเงิน โดยใช้แบบบันทึกข้อมูล และการวิเคราะห์ SWOT เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาเป็นฐานสำหรับการพัฒนาในระยะต่อไป
ระยะที่ 2 การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน : ผู้วิจัยนำผลจากการวิเคราะห์ทุนชุมชนมาใช้ในการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนเชิงสุขภาพ โดยทำงานร่วมกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรทักษอร ตำบลนาทอน อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล และนำผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นไปให้กลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพประเมินความพึงพอใจตามแนวคิดส่วนประสมทางการตลาด
ระยะที่ 3 การสร้างเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโดยชุมชน : ผู้วิจัยนำข้อมูลจากสองระยะแรกมาสู่การออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโดยชุมชน ผ่านการศึกษาเส้นทางเดิม การสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้อง และการจัดเวทีการมีส่วนร่วมร่วมกับชุมชนและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพัฒนาเส้นทางที่เชื่อมโยงธรรมชาติ สมุนไพร วิถีชีวิต อาหารพื้นถิ่น และกิจกรรมดูแลสุขภาพเข้าด้วยกัน แล้วจึงประเมินความเหมาะสมของเส้นทางที่พัฒนาขึ้นทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ
โดยวิทยาลัยชุมชนน่าน
สร้างชุมชนพึ่งตนเอง ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
ความเป็นมา
วิทยาลัยชุมชนน่านขับเคลื่อนโครงการ “การใช้แพลตฟอร์ม Community Business Model Canvas (CBMC)” ในพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ครอบคลุมพื้นที่ต้นแบบจำนวน 10 ชุมชน ในโซนเหนือ โซนกลาง และโซนใต้ของจังหวัดน่าน
โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนแนวคิดของชุมชนจากการพึ่งพา “เงินทุน” ไปสู่การใช้ “ทุนชุมชน” เป็นฐานสำคัญในการพัฒนา ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และศักยภาพของคนในพื้นที่ ควบคู่กับการเสริมสร้าง Mindset, Toolset และ Skillset ที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจชุมชน
การดำเนินงานใช้กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR) ผ่าน 5 ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่ การสำรวจศักยภาพพื้นที่ การพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล Line OA “TBMC-NAN” การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ การบ่มเพาะผู้ประกอบการต้นแบบ และการสรุปบทเรียนเพื่อขยายผลสู่สาธารณะ
ผลจากการดำเนินโครงการ ก่อให้เกิดแผนธุรกิจชุมชนต้นแบบจำนวน 10 แผน ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ อาทิ ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ อาหารแปรรูป สิ่งทอ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ช่วยลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และเปิดโอกาสในการขยายธุรกิจของชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
“CBMC น่าน” นับเป็นต้นแบบสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ที่บูรณาการองค์ความรู้ การลงมือปฏิบัติ และความร่วมมือของภาคีเครือข่ายเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจ BCG และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) พร้อมต่อยอดสู่การขยายผล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน