โดย วิทยาลัยชุมชนอุทัยธานี
โครงงานเส้นใยจากใบอ้อย จัดทำขึ้นโดยนักศึกษาสาขาวิชาการบัญชี วิทยาลัยชุมชนอุทัยธานี โดยเริ่มในปี พ.ศ. 2567 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบจากเส้นใยใบอ้อย และคำนวณต้นทุนผลิตภัณฑ์จากเส้นใยใบอ้อย
ดย : สาขาวิชาการบัญชี วิทยาลัยชุมชนอุทัยธานี
ชุมชนที่ได้รับประโยชน์ : กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านใหม่หนองแกทัพหลวง
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
แนวคิด พื้นที่อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร โดยเฉพาะอ้อยมีการปลูกกันอย่างแพร่หลาย เกษตรกรผู้ปลูกอ้อย นิยมเผาทำลายซากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต ซึ่งเผาซากส่วนเหลือทิ้งทางการเกษตร เป็นส่วนหนึ่งซึ่งทำให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก ดังนั้น ใบอ้อยเป็นวัสดุที่เหลือจากการเกษตร และตามคุณลักษณะของใบอ้อยที่มีเส้นใย และมีไฟเบอร์ในปริมาณที่เยอะพอสมควร สามารถนำมาแปรรูปโดยนำใบที่ไม่อ่อนหรือแห้งจนเกินไปเพื่อให้ได้เส้นใยที่สามารถนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าต่อไปได้
โครงงานเส้นใยจากใบอ้อย จัดทำขึ้นโดยนักศึกษาสาขาวิชาการบัญชี วิทยาลัยชุมชนอุทัยธานี โดยเริ่มในปี พ.ศ. 2567 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบจากเส้นใยใบอ้อย และคำนวณต้นทุนผลิตภัณฑ์จากเส้นใยใบอ้อย
กระบวนการดำเนินงานประกอบด้วย 1) ศึกษาการหมักใบอ้อย 2) ศึกษาการจัดทำเส้นใยใบอ้อย 3) ปฏิบัติการย้อมเส้นใยจากใบอ้อย 4) การทอเส้นใยจากใบอ้อย 5) การออกแบบผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 6) ประเมินความพึงพอใจผลิตภัณฑ์ต้นแบบจากเส้นใยใบอ้อย ด้วยการศึกษาขั้นตอนสร้างผลิตภัณฑ์เส้นใยจากใบอ้อย
โดยสรุป
เส้นใยจากใบอ้อยสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ เน้นการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่างใบอ้อยมาแปรรูปเป็นเส้นใย โดยนำใบอ้อยที่เหลือทิ้งจากการเกษตรหลังการเก็บเกี่ยว มาผ่านกระบวนการหมักด้วยEM เพื่อนำมาเป็นเส้นใยจากใบอ้อย และนำมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยลดปริมาณขยะทางการเกษตร ลดการเผา ลดมลพิษ และสร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกร นอกจากนี้ โครงงานดังกล่าวยังช่วยให้นักศึกษาได้พัฒนาทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ การออกแบบผลิตภัณฑ์จากเส้นใยจากใบอ้อย และการประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิชาชีพสู่การปฏิบัติจริง ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ต่อไป
ขั้นตอนการทำงาน
ขั้นตอนการทำงานของผลิตภัณฑ์เส้นใยจากใบอ้อยสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ สามารถอธิบายอย่างเป็นลำดับได้ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 ลงพื้นที่เพื่อศึกษาขั้นตอนการหมักใบอ้อยที่เหลือจากการเก็บเกี่ยว จากกลุ่มวิสาหกิจบ้านใหม่หนองแก ตำบลทัพหลวง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี โดยวิธีนำใบอ้อยที่ดึงก้านออกแล้วมาแช่หมักชีวภาพ ทำให้ใยนุ่มลง หมักใบอ้อยเป็นเวลาประมาณ 4-6 เดือน (ควรหมักในที่ร่มหรือภาชนะปิด) เมื่อครบกำหนดนำมาซักล้างด้วยน้ำเปล่าและตากแดดให้แห้งสนิท
ขั้นตอนที่ 2 ศึกษากระบวนการผลิตเส้นใยจากใบอ้อยกลุ่มวิสาหกิจบ้านใหม่หนองแก ตำบลทัพหลวง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี โดยผ่านกระบวนการสิ่งทอแบบหัตถกรรม โดยนำเส้นใยใบอ้อยมาผสมกับเส้นใยฝ้าย เพื่อสร้างเส้นด้ายสำหรับนำไปใช้ในการทอ โดยเส้นใยฝ้ายจะเป็นตัวช่วยในการปั่นเกลียวแบบหัตถกรรมร่วมกับเส้นใยใบอ้อย โดยกำหนดอัตราส่วนผสมของเส้นใยใบอ้อยให้เหมาะสมกับการแปรรูปผลิตภัณฑ์
ขั้นตอนที่ 3 ลงพื้นที่ย้อมสีธรรมชาติของเส้นด้ายจากเส้นใยใบอ้อย จากครูนิทัศน์ จันทร ครูช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2564 ณ บ้านทัพคล้าย ตำบลทัพหลวง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี
ขั้นตอนที่ 4 กระบวนการทอผ้าเส้นด้ายจากเส้นใยใบอ้อย จากครูศิลป์ของแผ่นดิน ในปี พ.ศ.2560 ป้าจำปี ธรรมศิริ และคุณจรรยา ธรรมศิริ ณ พิพิธภัณฑ์เรือนผ้าย่ายาย บ้านนาตาโพ ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี
สรุปผลการดำเนินงาน
กิจกรรมและขั้นตอนการดำเนินการ
2. ศึกษาการทำเส้นใยใบอ้อย
3.ขั้นตอนการย้อมสีธรรมชาติ
4 . ขั้นตอนการทอจากเส้นใยใบอ้อย
โดยวิทยาลัยชุมชนยะลา
ระบบ YCC Go Green & SDG เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนวิทยาลัยชุมชนยะลาไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDGs) โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการทรัพยากรและการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมของวิทยาลัยชุมชนยะลา โดยAI มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนข้อมูลดิบให้เป็นข้อมูลเชิงลึกที่นำไปสู่การตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ
วัตถุประสงค์และคุณสมบัติหลัก
ระบบ YCC Go Green ถูกออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มกลางสำหรับจัดเก็บและประเมินผลโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและ SDGs โดยมีความสามารถในการติดตามการใช้ทรัพยากรอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการใช้ไฟฟ้า น้ำ การผลิตพลังงานจาก Solar Cell และการจัดการขยะ ควบคู่กับการรวบรวมรายงานโครงการด้านความยั่งยืนจากนักศึกษาและคณาจารย์ เพื่อสะท้อนความก้าวหน้าของวิทยาลัยในการบรรลุเป้าหมาย SDGs นอกจากนี้ ระบบยังมีแผนพัฒนาต่อยอดไปสู่การคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร เพื่อให้สามารถวางแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นระบบ
ในด้านการวิเคราะห์ข้อมูล AI ถูกนำมาประมวลผลข้อมูลการใช้ทรัพยากรจำนวนมาก และนำเสนอในรูปแบบกราฟและรายงานที่เข้าใจง่าย พร้อมทั้งระบุแนวโน้มและคาดการณ์การใช้ทรัพยากรในอนาคต ซึ่งช่วยให้วิทยาลัยสามารถกำหนดกลยุทธ์การลดการใช้ทรัพยากรและลดการปล่อยคาร์บอนได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงเป้าหมาย
โดย วิทยาลัยชุมชนระนอง
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านการจัดการขยะขวดแก้วบนเกาะพยาม ตำบลเกาะพยาม อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง ใช้แนวทางการวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเชิงวิพากษ์ โดยร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาขยะขวดแก้ว ค้นหาแนวทางการแก้ปัญหา ออกแบบกิจกรรม และร่วมกันดำเนินงานที่เหมาะสม
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านการจัดการขยะขวดแก้วบนเกาะพยาม ตำบลเกาะพยาม อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง ดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 – 2567 ใช้แนวทางการวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเชิงวิพากษ์ โดยร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาขยะขวดแก้วบนเกาะพยาม ค้นหาแนวทางการแก้ปัญหา ออกแบบกิจกรรม และร่วมกันดำเนินงานที่เหมาะสมกับบริบทของเกาะพยาม กลุ่มเป้าหมายคือผู้ที่อยู่ประจำในพื้นที่เกาะพยาม จำนวน 30 คน ผลการวิจัยพบว่า ขยะขวดแก้วบนเกาะพยามสะสมมานานกว่า 20 ปี ส่งผลต่อภาพลักษณ์และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว การนำขวดแก้วมาขายบนฝั่งไม่คุ้มทุนเพราะค่าขนส่งสูง ดังนั้น การจัดการขยะขวดแก้วที่เหมาะสมกับเกาะพยามคือการบดให้ละเอียดและนำมาเป็นส่วนผสมสำหรับสร้างเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันและสนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยว ได้แก่ การทำบล็อกปูทางเท้า กระถางต้นไม้ และปะการังเทียม โดยสามารถสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงในการจัดการขยะขวดแก้วได้อย่างยั่งยืน สามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่นได้
บทความที่เผยแพร่ : https://so05.tci-thaijo.org/index.php/gvc-tu/article/view/275193
บทความที่เผยแพร่(ภาษาญี่ปุ่น) : https://kokushikan.repo.nii.ac.jp/records/2000311
โดยวิทยาลัยชุมชนสงขลา
กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ดำเนินโครงการส่งเสริมสำนักงานสีเขียว (Green Office) ปี 2569 เพื่อส่งเสริมให้หน่วยงานนำความรู้สำนักงานสีเขียว ไปประยุกต์ใช้ในสำนักงานและส่งเสริมให้มีการบริโภคที่เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อม
ขอแสดงความยินดีกับวิทยาลัยชุมชนสงขลาที่ได้รับคัดกรองเป็น 1 ใน 40 หน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการสำนักงานสีเขียว (Green Office) ของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รอบที่ 1 ประจำปี 2569 สะท้อนความมุ่งมั่นในการเป็นสถาบันการศึกษาที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ดำเนินโครงการส่งเสริมสำนักงานสีเขียว (Green Office) ปี 2569 เพื่อส่งเสริมให้หน่วยงานนำความรู้สำนักงานสีเขียว (Green Office) ไปประยุกต์ใช้ในสำนักงานและส่งเสริมให้มีการบริโภคที่เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการมีส่วนร่วมของบุคลากรในหน่วยงาน เพื่อลดการใช้พลังงานและทรัพยากร ลดการเกิดของเสียและน้ำเสีย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่บรรยากาศ รวมถึงมีการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่จะนำไปสู่การผลิตและบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยแสดงความสนใจเข้าร่วมโครงการและยื่นแบบขอการรับรองโครงการส่งเสริมสำนักงานสีเขียว(Green Office) ปี 2569 และประเมินตนเองพร้อมแนบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ซึ่งเป็นข้อมูลการดำเนินงานย้อนหลังจนถึงปัจจุบัน ผ่านระบบ https://scpallgreen.dcce.go.th/ แบบประเมินตนเอง แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของหน่วยงาน ส่วนที่ 2 ข้อมูลการดำเนินงานสำนักงานสีเขียวเบื้องต้น 6 หมวด
วิทยาลัยชุมชนสงขลาเริ่มต้นกระบวนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ด้วยการจัดประชุมร่วมกับบุคลากรทุกฝ่าย พร้อมประสานความร่วมมือกับ สำนักงานควบคุมมลพิษและสิ่งแวดล้อมที่ 16 จว.สงขลา จัดอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับบุคลากรทั่วทั้งองค์กร ก่อนกำหนดขอบเขตพื้นที่ นโยบาย และแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนอย่างเป็นทางการ
การดำเนินงานครั้งนี้ครอบคลุมเกณฑ์มาตรฐานสำนักงานสีเขียวครบทุกด้าน ได้แก่ หมวดที่ 1 การกำหนดนโยบาย หมวดที่ 2 การสื่อสารและสร้างจิตสำนึก หมวดที่ 3 การใช้ทรัพยากรและพลังงาน หมวดที่ 4 การจัดการของเสีย หมวดที่ 5 สภาพแวดล้อมและความปลอดภัย และหมวดที่ 6 การจัดซื้อจัดจ้าง โดยบุคลากรได้รับการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำรายงานประเมินตนเองตามเกณฑ์ดังกล่าวด้วยจึงทำให้ผ่านการคัดเลือกรอบแรก แบบไร้ค่าใช้จ่าย
อีกจุดเด่นที่น่าภาคภูมิใจคือ วิทยาลัยชุมชนสงขลา ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการรอบที่ 1 ซึ่งมีองค์กรผ่านการคัดเลือกเพียง 40 หน่วยงานทั่วประเทศ โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ขณะนี้วิทยาลัยฯ ได้รับการ Coaching เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเตรียมพร้อมสำหรับการตรวจประเมินอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ที่ 20 เมษายน 2569 นี้
แม้เป็นวิทยาลัยเล็กๆ แต่วิทยาลัยชุมชนสงขลาแสดงให้เห็นว่าสามารถเป็นแกนนำด้านสิ่งแวดล้อมในชุมชนได้ และจะเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง